329 Views |
เช็ก 4 ท่าทางน้องปอม เสี่ยงโรคสะบ้าเคลื่อน ที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม
น้องปอมเมอเรเนียน เป็นสุนัขพันธุ์เล็กที่ขึ้นชื่อเรื่องความน่ารัก ขนฟูฟ่อง นิสัยร่าเริง ชอบวิ่งเล่น กระโดดไปมาอย่างคล่องแคล่ว แต่เจ้าของหลายคนอาจเคยสังเกตว่า ระหว่างที่น้องปอมกำลังวิ่งเล่นอยู่ดี ๆ จู่ ๆ ก็ยกขาหลังข้างหนึ่งขึ้น เดินหรือกระโดดเหมือนกระต่าย แล้วกลับมาเดินปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลายคนอาจคิดว่าเป็นพฤติกรรมปกติ หรือเป็นท่าทางน่ารักเฉพาะตัวของน้องปอม แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคสะบ้าเคลื่อนในสุนัข” ซึ่งพบได้บ่อยมากในสุนัขพันธุ์เล็ก และหากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อการเดินและคุณภาพชีวิตของน้องในระยะยาว
โรคสะบ้าเคลื่อนในสุนัขคืออะไร?
โรคสะบ้าเคลื่อน (Patellar Luxation) คือ ภาวะที่กระดูกสะบ้าหัวเข่าเคลื่อนหลุดออกจากร่องสะบ้าบริเวณข้อเข่า ทำให้การทำงานของข้อเข่าเกิดความผิดปกติ ส่งผลให้การยืด งอ และลงน้ำหนักของขาไม่เป็นปกติ
สาเหตุของโรคสะบ้าเคลื่อนในสุนัข ได้แก่
พันธุกรรม โดยเฉพาะในสุนัขพันธุ์เล็ก
ความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกและข้อเข่า
อุบัติเหตุ หรือการกระแทกบริเวณข้อเข่า
โรคนี้พบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ปอมเมอเรเนียน ชิวาวา ยอร์กเชียร์ เทอร์เรีย และพุดเดิ้ล ซึ่งเจ้าของควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ
เช็ก 4 ท่าทางน้องปอม เสี่ยงโรคสะบ้าเคลื่อน
1. ไม่ลงน้ำหนักบนขาข้างที่มีอาการ
หากน้องปอมมีปัญหาสะบ้าเคลื่อน มักจะหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักบนขาหลังข้างที่มีอาการ เจ้าของอาจเห็นน้องยืนสามขา หรือยกขาหลังขึ้นเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะหลังจากวิ่งหรือเล่นหนัก อาการนี้อาจเกิดขึ้นชั่วคราว และหายไปเอง ทำให้เจ้าของเข้าใจผิดว่าน้องไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง
2. เดินยกขาหรือเหยียดขาไปทางด้านหลัง
อีกหนึ่งอาการที่พบบ่อยคือ น้องปอมจะยกขาหลังขึ้น หรือเหยียดขาไปด้านหลังในขณะเดิน เพื่อพยายามให้กระดูกสะบ้ากลับเข้าที่เดิม พฤติกรรมนี้เป็นการชดเชยความเจ็บปวดของข้อเข่า หากสังเกตเห็นอาการนี้บ่อยครั้ง ควรพาน้องเข้ารับการตรวจจากสัตวแพทย์โดยเร็ว
3. เดินขาถ่าง หรือขาโก่งผิดปกติ
สุนัขที่มีปัญหาสะบ้าเคลื่อนบางตัวจะมีท่าทางการเดินที่เปลี่ยนไป เช่น เดินขาถ่าง ขาโก่ง หรือเดินไม่มั่นคง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของการทำงานของข้อเข่าและกล้ามเนื้อรอบข้อ อาการนี้มักเห็นชัดขึ้นเมื่อโรคเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น
4. กระโดดเหมือนกระต่าย
ท่าทางที่เจ้าของมักสังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดคือ การกระโดดเหมือนกระต่าย โดยน้องปอมจะใช้ขาหลังทั้งสองข้างกระโดดพร้อมกัน แทนการก้าวเดินตามปกติ พฤติกรรมนี้ไม่ใช่ความน่ารักหรือท่าเต้นแต่อย่างใด แต่เป็นสัญญาณสำคัญของโรคสะบ้าเคลื่อนที่ไม่ควรมองข้าม
การรักษาโรคสะบ้าเคลื่อนในสุนัข
แนวทางการรักษาโรคสะบ้าเคลื่อนในสุนัข จะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรค ซึ่งสัตวแพทย์จะเป็นผู้ประเมินอย่างละเอียด
กรณีระดับยังไม่รุนแรง
รักษาด้วยยาเพื่อลดอาการอักเสบและปวด
ทำกายภาพบำบัดสุนัข เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
ควบคุมน้ำหนักตัว เพื่อลดแรงกดที่ข้อเข่า
กรณีระดับรุนแรง
จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
ทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอหลังผ่าตัด
อาจใช้เลเซอร์บำบัด และธาราบำบัดในสุนัข เพื่อช่วยฟื้นฟูข้อเข่าและเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนไหว
โรคสะบ้าเคลื่อน ป้องกันได้หรือไม่?
โรคสะบ้าเคลื่อนสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ เจ้าของจึงสามารถพาน้องหมามาตรวจคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะในสุนัขพันธุ์เล็ก เพื่อวางแผนการดูแลและคุณภาพชีวิตของน้องได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว
สรุป
หากเจ้าของสังเกตเห็นว่าน้องปอมมีอาการเดินกะเผลก ยกขาหลัง กระโดดเหมือนกระต่าย หรือไม่ลงน้ำหนักบนขาข้างใดข้างหนึ่ง อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะอาจเป็นสัญญาณของ โรคสะบ้าเคลื่อนในสุนัข
ควรรีบพาน้องเข้ารับการตรวจที่ ศูนย์สุขภาพสัตว์เลี้ยง HOSPETAL by PRS Center เพื่อให้สัตวแพทย์ประเมินระดับความรุนแรงของอาการ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ช่วยให้น้องกลับมาเดิน วิ่ง และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคสะบ้าเคลื่อนในสุนัข
Q: โรคสะบ้าเคลื่อนในน้องปอมอันตรายไหม?
A: หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อม ปวดเรื้อรัง และส่งผลต่อการเดินในระยะยาว
Q: น้องปอมยังเด็ก จำเป็นต้องตรวจหรือไม่?
A: แนะนำให้ตรวจ เพราะโรคนี้เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม การรู้ความเสี่ยงตั้งแต่เด็กช่วยวางแผนดูแลได้ดีกว่า
Q: หลังผ่าตัด น้องสามารถกลับมาเดินปกติได้ไหม?
A: ส่วนใหญ่สามารถกลับมาเดินได้ดี หากได้รับการผ่าตัดและกายภาพบำบัดอย่างเหมาะสม