4 Views |
Checklist สำหรับเจ้าของเมื่อสุนัขเป็นโรคไต
เพื่อให้เจ้าของสุนัขสามารถรับมือกับโรคไตได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเครียดทั้งต่อตัวสุนัขและเจ้าของเอง นี่คือ Checklist สำคัญ 5 หมวด ที่ควรทำตาม
1. หมวดการกิน (หัวใจสำคัญที่สุด)
- เปลี่ยนเป็นอาหารโรคไต (Prescription Diet):
เลือกสูตรที่มีโปรตีนคุณภาพสูงแต่ปริมาณพอเหมาะ และจำกัดฟอสฟอรัส
- งดอาหารคนและขนมทั่วไป: งดของเค็ม ของทอด หรือขนมที่มีโซเดียมสูง (ถ้าจะให้ขนม ต้องเป็นสูตรเฉพาะโรคไตเท่านั้น)
- น้ำสะอาดต้องมีตลอดเวลา: วางชามน้ำไว้หลายจุด สุนัขโรคไตห้ามขาดน้ำเด็ดขาด (เพราะจะทำให้ไตวายเฉียบพลันซ้ำซ้อนได้)
- กระตุ้นการกิน: หากสุนัขเบื่ออาหาร ลองอุ่นอาหารเปียกให้มีกลิ่นหอม หรือแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ หลายมื้อ
2. หมวดการดูแลที่บ้าน (Daily Care)
- ตวงปริมาณน้ำ/อาหาร: จดบันทึกปริมาณที่กินและปัสสาวะในแต่ละวัน เพื่อดูแนวโน้มสุขภาพ
- การให้สารน้ำใต้ผิวหนัง (ถ้ามี): หากคุณหมอสั่งให้ให้น้ำเกลือเองที่บ้าน ควรทำตามตารางอย่างเคร่งครัดและรักษาความสะอาดของอุปกรณ์
- สังเกตอาการผิดปกติ: เช่น อาเจียนบ่อยขึ้น, ถ่ายดำ, มีกลิ่นปากแรงผิดปกติ หรือดูซึมลงมาก
- ดูแลความสะอาดปากและฟัน: สุนัขโรคไตมักเกิดแผลในปากได้ง่ายจากของเสียที่คั่ง
3. หมวดการใช้ยาและอาหารเสริม
- ให้ยาตรงเวลา: ยาลดความดัน, ยาลดโปรตีนรั่ว หรือยาลดกรด ต้องให้ตามเวลาที่หมอกำหนด
- ตัวจับฟอสฟอรัส (Phosphate Binder): หากต้องใช้ ให้ผสมในอาหารตามมื้อเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
- ห้ามซื้อยาเอง: โดยเฉพาะยาแก้ปวด (NSAIDs) เพราะอาจมีผลทำลายไตอย่างรุนแรง
4. หมวดการตรวจติดตาม (Monitoring)
- ไปตามนัดสม่ำเสมอ: ถึงแม้อาการจะดูปกติ แต่ค่าเลือด (BUN/Creatinine/SDMA) และความดันเลือดต้องตรวจตามรอบ
- เก็บตัวอย่างปัสสาวะ: หากคุณหมอต้องการตรวจภาวะโปรตีนรั่ว (UPC) หรือความถ่วงจำเพาะ
- จดคำถามไปปรึกษาคุณหมอ: เช่น "ช่วงนี้ดูน้ำหนักลด" หรือ "ดูเหมือนจะเหนื่อยง่ายขึ้น"
5. หมวดสภาพแวดล้อมและจิตใจ
- ลดความเครียด: จัดที่นอนให้อยู่ในที่สงบ อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อนจัด
- ออกกำลังกายเบาๆ: ยังสามารถพาเดินเล่นได้สั้นๆ เพื่อกระตุ้นระบบขับถ่ายและทำให้จิตใจแจ่มใส แต่ไม่ควรให้เหนื่อยหอบ
คำแนะนำเพิ่มเติม: โรคไตเป็นโรคที่ต้องอาศัย "ความสม่ำเสมอ" หากเจ้าของวินัยดี สุนัขสามารถอยู่กับเราได้อย่างมีความสุขไปอีกนาน
.
.